Manaslu Trek
Manaslu Trek
Trip Introduction
เปิดประตูสู่โลกที่กาลเวลาหยุดหมุนกับเส้นทาง Manaslu & Tsum Valley Expedition การเดินทาง 20 วันที่จะพาคุณเจาะลึกเข้าไปใน 'หุบเขาซุม' ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนเร้นวัฒนธรรมทิเบตโบราณไว้อย่างบริสุทธิ์ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ความท้าทายระดับตำนานด้วยการเดินวนรอบ Mt. Manaslu ยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 8 ของโลก สัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติจากป่าดิบชื้นสู่ธารน้ำแข็ง และทดสอบหัวใจบนจุดสูงสุดที่ Larkya La Pass (5,106 เมตร) นี่ไม่ใช่แค่ทริปเดินป่า แต่คือการจาริกแสวงบุญที่รวมความสงบทางจิตวิญญาณและความท้าทายแห่งหิมาลัยไว้ในหนึ่งเดียว

Trip Highlight
-
Sacred Monasteries: เยี่ยมชมอารามเก่าแก่บนหน้าผาสูงอย่าง Mu Gompa และ Rachen Gompa ศูนย์รวมศรัทธาของชาวพุทธทิเบต
-
Diverse Landscapes: เดินผ่านภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ป่าดิบชื้นริมแม่น้ำ สู่ที่ราบสูงทุ่งหญ้า จนถึงอาณาจักรธารน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะ
-
Off the Beaten Path: สัมผัสบรรยากาศความเงียบสงบในเส้นทางที่ผู้คนยังไม่พลุกพล่าน เหมาะสำหรับนักผจญภัยที่โหยหาธรรมชาติอย่างแท้จริง
-
Himalayan Wildlife: โอกาสในการพบสัตว์ป่าหายาก เช่น แพะภูเขา (Blue Sheep) และทัศนียภาพของเทือกเขา Ganesh Himal ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

ค่าบริการนี้รวม
-
โรงแรมแบบเตียงคู่ในเมืองกาฐมาณฑุพร้อมอาหารเช้า
-
รถส่วนตัวรับส่งสนามบิน
-
ที่พักบนเขาตามที่กำหนดในโปรแกรม
-
เนปาลวีซ่า 30 วัน
-
อาหาร 3 มื้อ บนเขา ตามที่กำหนดในโปรแกรม
-
รถจิ๊บส่วนตัว กาฐมาณฑุ - มัจฉะ โขลา, ดาราปานี-กาฐมาณฑุ
-
เทรกกิ้งไกด์พูดภาษาอังกฤษ ที่มีประสบการณ์ 1 ท่าน ลูกหาบ 1 ท่าน (ลูกค้าสองท่าน/ลูกหาบ 1 คน) รวมค่าแรง ค่าอาหาร ที่พัก ประกันชีวิต
-
ใบอนุญาตการเทรก (ACAP permit, MCAP permit and Manaslu and Tsum Valley Restricted Area Permit))
-
Thai Nepal Travels & Treks duffel bag (คืนเมื่อเทรคเสร็จ)
-
ค่าภาษีและเอกสารจำเป็นอื่นๆ
-
ถุงนอน
-
ยา (ถือโดยไกด์ผู้นำการเดินทาง)

ค่าบริการนี้ไม่รวม
-
ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
-
น้ำและเครื่องดื่ม เช่น น้ำเปล่า น้ำชา กาแฟ โค๊ก แป๊บซี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ อื่นๆ เป็นต้น
-
ค่าประกันเดินทาง
-
ค่าน้ำหนักสัมภาระเกิน
-
ค่าตรวจโรคโควิด PCR test
-
ค่าโรงแรม ในเมืองกาฐมาณฑุ และโปขรา ในกรณีที่กลับมาจากเทรกเร็ว หรือช้า กว่าโปรแกรมที่กำหนด
-
ทิป สำหรับไกด์ ลูกหาบ และคน ขับรถ
-
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ซักแห้ง เครื่องดื่มต่างๆ อาบน้ำร้อนบนเขา ชาร์จแบตเตอร์รี่ บนเขาช้อปปิ้ง เป็นต้น
-
ค่าใช้จ่ายอันเกิดจาก เครื่องบินดีเลย์/ยกเลิก/หรือเหตุการณ์ทางธรรมชาติ หรือการเมือง ที่ไม่คาดคิด หรือไม่สามารถควบคุมได้


Short Itinerary
Day 01: Travel to Kathmandu (1,300m): (-,-,evening)
Day 02: Preparation day for making a trekking permit: (morning,-,-)
Day 03: Soti Khola by private jeep (775 meters) 7 - 8 hours: (morning, noon , evening )
Day 04: Machha Khola (Machha Khola, 900 meters): (morning, noon , evening )
Day 05: Jagate (Jagat, 1340 meters) - 6 hours: (morning, noon , evening )
Day 06: Daeng (Deng, 1,804 meters): 6 - 7 hours: (morning, noon , evening )
Day 07: Namrung (Namrung, 2630 meters): 6 - 7 hours: (morning, noon , evening )
Day 08: Samagaon (Samagaon, 3530 meters): 6-7 hours: (morning, noon , evening )
Day 09: Rest and Adjust and explore the village of Samagon: (morning, noon , evening )
Day 10: Samdo (Samdo, 4,500 meters) - 4 hours: (morning, noon , evening )
Day 11: Rest and adjust at Samdo Village: (morning, noon , evening )
Day 12: Dharamsala/Larkya Base Camp (Dharamsala/Larkya BC /4460 meters): 4 - 5 hours: (morning, noon , evening )
Day 13: Bimtang (Bimthang/3720 m): 8 - 9 hours: (morning, noon , evening )
Day 14: Dharapani (Dharapani/ 1,9630 meters): 6-7 hours: (morning, noon , evening )
Day 15: Kathmandu by jeep (1,300m/10-12 hours): (-,noon,evening)
Day 16: Travel back safe and sound. Farewell friend, friend, walk: (morning,-,-) _cc-136bad5cf58d_ _cc-136bad5cde-bbcde-bb3
Note for safety
.png)
Your safety is of paramount importance. while traveling with company Thai Nepal Travels & Treks Please note that your Trip Leader has the authority to modify or cancel any part of the itinerary if deemed necessary due to safety concerns. We will make every effort to comply with the specified program. However, traveling in remote areas and on the hills, we can not guarantee that. weather conditions unexpected natural disaster the health of the traveling members and other factors which can lead to change itinerary The trip leader will try to make the trip go according to plan. But please be prepared to be flexible if the need arises.
_cc781905-5cde-3194-bb3b3b-136bad5cf_cc781905-5ccde-3194-bb3b3b-136bad5cf_cc781905_cde-3194-bb3b3b-136bad5cf_cf-de-3194-bb3b785cf-c-3194d-bb3b-136-bad5cf You can continue your journey until the end of the trip. for any reason or under any circumstances, or in the event of flight delay / cancellation after the end of the trip You will be responsible for all your expenses. And please note that you will not be eligible for a refund for the service. (such as hotels, transportation, flights, etc.) included in the package that you will not use later.
_cc781905-5cde-bbc-3194-bb3b-136-bad5cf78_for-all-mountain-cc781905-5cde-bbc-3194-bb3b-136-bad5cf78_for-all-mount. or a local house The room will be Double bed/room Three or four beds/room If you want a single room Please let us know. and pay extra for single occupancy However, there are places on the hill that don't have single beds.
วันที่ 01: เดินทางสู่เมืองกาฐมาณฑุ (1,300 เมตร): (-,-,-)
การเดินทางของเราเริ่มขึ้นในวันนี้ ตัวแทนของบริษัท Thai Nepal Travels & Treks รอรับท่านที่สนามบิน เมื่อเดินทางถึงสนามบินกาฐมาณฑุ หลังจากได้รับกระเป๋าเดินทางแล้วมองหาตัวแทนของเราพร้อมกับป้ายต้อนรับ ของบริษัทThai Nepal Travels & Treks ที่ประตูขาออกของสนามบิน ตรีภูวัน หลังจากนั้นเดินทางไปที่ยังโรงแรมที่พัก หลังจากลงทะเบียนเข้าพักแล้ว คุณสามารถพักผ่อนหย่อนใจ หรือเดินเที่ยวช้อบปิ้งตามอัธยาศัย
วันที่ 02: มัจฉา โขลา (Machha Khola, 900 เมตร) โดยรถจิ๊บ 7 - 8 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
หลังรับประทานอาหารเช้า เราออกเดินทาง สู่หมู่บ้าน มัจฉาโขลา ผ่านโซติโขลา เส้นทางหินและเลี้ยวไปตามทางขึ้นและลงโดยผ่านน้ำตกสองแห่งที่มีน้ำพุร้อนอยู่บนเส้นทางที่สูงชันและหินที่เกาะติดกับด้านข้างของหน้าผา หลังจากนั้นเราเริ่มเดินลงผ่านนาข้าว ที่ปลูกแบบขั้นบันได และเดินขึ้นไปที่หมู่บ้าน ลาบูเบสิ ของชาวกูงรุง จากหมู่บ้านแห่งนี้ เราขึ้นไปด้านหลังโขดหินที่พื้นที่หุบเขาค่อยๆเปิดกว้างขึ้น เราลงไปที่แม่น้ำอีกครั้งและข้ามสะพานแขวนอีกแห่งเพื่อไปยังหมู่บ้าน มัจฉา โคลา
วันที่ 03: จาเกต (Jagat, 1340 เมตร) 5 - 6 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
หลังจากข้ามแม่น้ำ มัจฉา (Machha) และแม่น้ำ เบสิ (Khrola Besi) เราเดินข้ามน้ำพุร้อนขนาดเล็กที่หมู่บ้าน Tatopani เราเดินต่อไปตามป่า จนถึง หมู่บ้าน โดวาน เมื่อเราเดินข้ามสะพานแขวนไปที่ หมู่บ้าน ยารู โขลา (Yaru Khola) เราไต่บันไดหินจากนั้นลงไปที่แม่น้ำและไต่บันไดหินอีกครั้งขึ้นสู่ หมู่บ้าน ทาโร บาร์ยัง (Tharo Bharyang) และข้ามไปยังฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน บูดิ กานดากี (Budhi Gandaki) เราปีนข้ามสันเขาเดินไปตามแม่น้ำแล้วปีนขึ้นไปทางหมู่บ้าน จาเกต
วันที่ 04: โลกพา (Lokpa, 2,040 เมตร/ 17 กิโลเมตร) 6 - 7 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Jagat ไปยัง Lokpa คือการเริ่มต้นเข้าสู่ดินแดนลี้ลับของ Tsum Valley อย่างเป็นทางการ โดยในช่วงแรกคุณจะเดินผ่านหมู่บ้าน Salleri และ Sirdibas ท่ามกลางทิวทัศน์ของยอดเขา Sringi Himal ก่อนจะมาถึงหมู่บ้านใหญ่ที่ชื่อว่า Philim ซึ่งเป็นจุดพักเที่ยงยอดนิยม จากนั้นเส้นทางจะทวีความเงียบสงบขึ้นเมื่อคุณเดินมาถึงทางแยกที่ Ekle Bhatti โดยคุณต้องแยกออกจากเส้นทางหลักของ Manaslu Circuit เพื่อข้ามสะพานแขวนเข้าสู่ป่าทึบ เส้นทางช่วงสุดท้ายก่อนถึง Lokpa จะเป็นการเดินขึ้นเขาที่ค่อนข้างชันผ่านผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ จนกระทั่งถึงหมู่บ้าน Lokpa ซึ่งเป็นจุดพักแรมแรกในเขต Tsum Valley ที่ให้บรรยากาศสงบและตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างแท้จริง
วันที่ 05: ชุมลิง (Chumling, 2,386 เมตร/ 6 กิโลเมตร) 5 - 6 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
เส้นทางจาก Lokpa มุ่งหน้าสู่ Chumling เป็นการก้าวเข้าสู่ใจกลางของ Tsum Valley อย่างเต็มตัว โดยลักษณะภูมิประเทศจะเปลี่ยนเป็นป่าดิบเขาที่หนาแน่นและหุบเขาที่บีบแคบลงจนดูลึกลับ ช่วงแรกคุณจะต้องเดินไต่ระดับเลาะไปตามหน้าผาสูงชันและข้ามสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ Shiar Khola ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของหุบเขา Tsum ทางเดินในวันนี้มีลักษณะเป็น "เส้นทางขึ้นลงแบบฟันปลา" (Up and Down) ผ่านป่าสนและต้นโรโดเดนดรอน (กุหลาบพันปี) ที่เขียวชอุ่ม จุดที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือช่วงที่หุบเขาเริ่มเปิดกว้างออก ทำให้คุณได้เห็นวิวอันยิ่งใหญ่ของยอดเขา Ganesh Himal และเมื่อใกล้ถึง Chumling คุณจะได้พบกับหมู่บ้านสไตล์ทิเบตดั้งเดิมที่มีกำแพงหินสลักมนตรา (Mani Walls) และธงมนต์หลากสีโบกสะบัดต้อนรับ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าคุณได้เข้าสู่เขตวัฒนธรรมพุทธแบบทิเบตที่บริสุทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเนปาล
วันที่ 06: โชแกงพาโร (Chokhangparo, 3,010 เมตร/ 10 กิโลเมตร) 4 - 5 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
เส้นทางจาก Chumling มุ่งหน้าสู่ Chhokangparo คือช่วงเวลาที่คุณจะได้สัมผัสกับการก้าวเข้าสู่ "หุบเขาแห่งความสุข" (Upper Tsum Valley) อย่างแท้จริง โดยลักษณะภูมิประเทศจะเริ่มเปลี่ยนจากป่าทึบและหุบเขาแคบไปสู่ทุ่งหญ้ากว้างขวางและพื้นที่ราบสูงสไตล์ทิเบต เส้นทางในช่วงแรกจะเป็นการข้ามสะพานแขวนและเดินเลียบแม่น้ำ Shiar Khola ผ่านหมู่บ้านเล็กๆ อย่าง Rainjam ที่ล้อมรอบด้วยไร่พืชพรรณท้องถิ่น ก่อนที่จะถึงช่วงท้าทายด้วยการเดินไต่ระดับความสูงขึ้นไปตามทางลาดชันซึ่งจะทำให้คุณเริ่มรู้สึกถึงอากาศที่บางเบาลง เมื่อเข้าใกล้ Chhokangparo หุบเขาจะเปิดออกกว้างเผยให้เห็นวิวพาโนรามาอันตระการตาของยอดเขา Ganesh Himal และ Baudha Himal โดยหมู่บ้าน Chhokangparo แห่งนี้เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมกันของชุมชน Chhokang และ Paro คุณจะได้พบกับบ้านเรือนหินสไตล์ทิเบตโบราณที่ตั้งอยู่อย่างสงบเงียบ และร่องรอยทางวัฒนธรรมที่เข้มข้นทั้งวัดเก่าแก่และกำแพงหินสลักมนตราที่ยาวสุดลูกหูลูกตา
วันที่ 07: ไนเล (Nile 3,361เมตร via Milarepa Piren Phu Cave/ 10 กิโลเมตร) 5 - 6 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
เส้นทางจาก Chhokangparo สู่ Nile เป็นการเดินผ่านที่ราบสูงกว้างใหญ่ในหุบเขา Tsum ตอนบนที่ขนาบข้างด้วยยอดเขาหิมะตระการตา โดยไฮไลท์สำคัญระหว่างทางคือการเดินแยกขึ้นไปยัง ถ้ำพิเรนฟู (Piren Phu Cave) หรือถ้ำนกพิราบของท่านมิลาเรปะ นักปราชญ์และโยคีผู้โด่งดัง ซึ่งเป็นถ้ำศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผาที่มีรอยเท้าประทับบนหินและมีภาพวาดฝาผนังอันเก่าแก่ หลังจากดื่มด่ำกับความสงบทางจิตใจแล้ว เส้นทางจะทอดยาวผ่านหมู่บ้านเกษตรกรรมอย่าง Ngakyu และ Leru ท่ามกลางกำแพงหินสลักมนตราที่ยาวที่สุดในภูมิภาค ก่อนจะเดินข้ามแม่น้ำ Shiar Khola เข้าสู่หมู่บ้าน Nile ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายทางตอนเหนือของหุบเขาก่อนถึงชายแดนทิเบต
วันที่ 08: มู กอมปา (Mu Gompa, 3,700 เมตร/ 9 กิโลเมตร) 4 - 5 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Nile มุ่งหน้าสู่ Mu Gompa เป็นเส้นทางช่วงสุดท้ายที่ไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุดของหุบเขา Tsum ผ่านภูมิประเทศแบบกึ่งทะเลทรายที่แห้งแล้งและเงียบสงบตามสไตล์ที่ราบสูงทิเบต เส้นทางจะค่อยๆ ลาดชันขึ้นเลียบแม่น้ำ Shiar Khola โดยมีฉากหลังเป็นยอดเขาหิมะที่โอบล้อมรอบตัว เมื่อใกล้ถึงจุดหมายคุณจะได้พบกับ Mu Gompa อารามเก่าแก่ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวและสง่างามบนยอดเนิน ซึ่งถือเป็นจุดที่อยู่ลึกและสูงที่สุดในหุบเขาที่นักเดินเขานิยมมาเยือน เพื่อสัมผัสจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์และชมทิวทัศน์ที่กว้างไกลไปจนถึงพรมแดนทิเบต
วันที่ 09: โชแกงพาโร (Chokhangparo, 3,010 เมตร/ 6 กิโลเมตร) 3 - 4 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินทางจาก Mu Gompa กลับสู่ Chhokangparo เป็นการเดินลงย้อนกลับไปตามหุบเขา Tsum ตอนบน ซึ่งจะช่วยให้คุณได้ชื่นชมทัศนียภาพในมุมมองที่ต่างออกไปจากขามา เส้นทางจะเริ่มต้นด้วยการลาจากอารามอันศักดิ์สิทธิ์และเดินลงผ่านภูมิประเทศที่เปิดโล่งกว้างขวาง โดยมีทางเดินที่ค่อนข้างสะดวกและลดระดับลงอย่างต่อเนื่องเลียบไปกับแม่น้ำ Shiar Khola คุณจะผ่านหมู่บ้าน Nile และบรรดาหมู่บ้านเกษตรกรรมขนาดเล็กอีกครั้ง ท่ามกลางทุ่งพืชเมืองหนาวและฝูงจามรีที่เล็มหญ้าอยู่ตามข้างทาง พร้อมกับวิวของยอดเขา Ganesh Himal ที่ยังคงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า จนกระทั่งกลับเข้าสู่หมู่บ้าน Chhokangparo เพื่อพักผ่อนในระดับความสูงที่ต่ำลง ซึ่งจะทำให้การพักผ่อนในคืนนี้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น
วันที่ 10: ชุมลิง (Chumling, 2,386 เมตร/ 15 กิโลเมตร) 6 - 7 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Chhokangparo กลับลงไปยัง Chumling เป็นการเดินย้อนเส้นทางเดิมที่มุ่งหน้าลงสู่หุบเขาตอนล่าง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้สัมผัสทัศนียภาพของเทือกเขา Ganesh Himal ในมุมมองที่กว้างไกลและแปลกตาออกไป เส้นทางส่วนใหญ่เป็นการเดินลงเขา (Descend) ผ่านทุ่งหญ้าอัลไพน์และหมู่บ้านเกษตรกรรมอย่าง Rainjam โดยความกดอากาศที่เพิ่มขึ้นตามระดับความสูงที่ลดลงจะช่วยให้คุณรู้สึกเดินสบายและเหนื่อยน้อยลงกว่าขามา เมื่อผ่านพ้นช่วงหน้าผาชันและข้ามสะพานแขวนกลับมา ภูมิประเทศจะเริ่มเปลี่ยนจากที่ราบสูงโล่งกว้างกลับเข้าสู่เขตป่าสนและไม้พุ่มที่เขียวชอุ่มอีกครั้ง ก่อนจะสิ้นสุดวันที่หมู่บ้าน Chumling ซึ่งมีบรรยากาศที่อบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น
วันที่ 11: แดง (Deng, 1,804 เมตร/ 10 กิโลเมตร): 6 - 7 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Chumling มุ่งหน้าสู่ Deng คือการอำลาหุบเขา Tsum Valley เพื่อกลับเข้าสู่เส้นทางหลักของ Manaslu Circuit อีกครั้ง โดยเส้นทางเริ่มต้นด้วยการเดินลงผ่านป่าทึบและข้ามสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ Shiar Khola กลับไปยังหมู่บ้าน Lokpa ซึ่งเป็นจุดบรรจบของสองหุบเขา จากนั้นคุณจะต้องเดินลัดเลาะไปตามหน้าผาชันริมแม่น้ำ Budhi Gandaki ผ่านทางเดินที่แคบและน่าตื่นเต้นในช่วงที่หุบเขาบีบตัวเข้าหากันเป็นโตรกผา (Gorge) ก่อนจะข้ามสะพานแขวนขนาดใหญ่เพื่อเข้าสู่หมู่บ้าน Nyak และไต่ระดับลงมาเรื่อยๆ จนถึงหมู่บ้าน Deng ซึ่งเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรมขนาดเล็กที่เริ่มมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมแบบพุทธทิเบตเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ โดยสภาพอากาศในวันนี้จะเริ่มกลับมาอุ่นและชื้นขึ้นเล็กน้อยตามระดับความสูงที่ลดลง
วันที่ 12: นัมรุง (Namrung, 2630 เมตร/ 16 กิโลเมตร): 6 - 7 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Deng มุ่งหน้าสู่ Namrung เป็นวันที่คุณจะเริ่มรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศอย่างชัดเจน จากป่าเขตร้อนเข้าสู่เขตป่าสนที่หนาแน่นขึ้น เส้นทางเริ่มต้นด้วยการข้ามแม่น้ำ Budhi Gandaki หลายครั้งผ่านสะพานแขวนไม้และเหล็ก โดยมีทางเดินไต่ระดับขึ้นลงสลับไปตามหน้าผาที่ชันและสวยงาม คุณจะผ่านหมู่บ้าน Rana และ Bihi Phedi ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมดั้งเดิม จากนั้นเส้นทางจะตัดผ่านโตรกผาแคบๆ และเดินขึ้นบันไดหินเข้าสู่หมู่บ้าน Ghapi และเดินลัดเลาะผ่านป่าสน ไซปรัส และกุหลาบพันปี (Rhododendron) ที่ร่มรื่น ก่อนจะมาถึงช่วงชันสุดท้ายที่ต้องเดินไต่ระดับขึ้นสู่หมู่บ้าน Namrung ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมและเป็นที่ตั้งของด่านตรวจ Permit โดยในหมู่บ้านนี้คุณจะเริ่มเห็นอารามและกำแพงมนตราที่มีสถาปัตยกรรมประณีตมากขึ้นเรื่อยๆ
วันที่ 13: โล (Lho, 3,180 เมตร/ 10 กิโลเมตร): 5 -6 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Namrung มุ่งหน้าสู่ Lho เป็นหนึ่งในวันที่สวยงามที่สุดของเส้นทาง Manaslu Circuit เพราะคุณจะได้เข้าสู่เขต Upper Gorkha อย่างเต็มตัว เส้นทางจะเริ่มด้วยการเดินผ่านทุ่งบาร์เลย์และหมู่บ้านเกษตรกรรมที่มีเอกลักษณ์อย่าง Lihi และ Sho ซึ่งมีกำแพงหินสลักมนตรา (Mani walls) ที่สวยงามตลอดทาง เมื่อระดับความสูงเพิ่มขึ้น ภูมิประเทศจะเปิดกว้างเผยให้เห็นวิวพาโนรามาของยอดเขาหิมะที่โอบล้อม โดยเฉพาะจุดพีกของวันที่คุณจะเห็นยอดเขา Manaslu (8,163m) ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเป็นครั้งแรกอย่างใกล้ชิด ก่อนจะสิ้นสุดวันที่หมู่บ้าน Lho ซึ่งเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มีอาราม Ribung Gompa ที่โดดเด่นอยู่บนจุดสูงสุด และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในทริปนี้
วันที่ 14: สมากอน (Samagaon, 3530 เมตร/ 11 กิโลเมตร): 5 - 6 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Lho มุ่งหน้าสู่ Samagaon เป็นวันที่คุณจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของยอดเขา Manaslu แบบเต็มตาตลอดการเดินทาง เส้นทางเริ่มต้นด้วยการเดินผ่านป่าสนที่ร่มรื่นและหมู่บ้าน Shyala ซึ่งเป็นจุดชมวิวพาโนรามาที่สวยที่สุดจุดหนึ่ง เพราะโอบล้อมด้วยยอดเขาสำคัญอย่าง Himal Chuli, Peak 29 และ Manaslu เมื่อเดินต่อไป ภูมิประเทศจะเริ่มเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้ากว้างแบบที่ราบสูง (Alpine landscape) ทางเดินค่อนข้างสะดวกและไม่ชันมากนัก จนกระทั่งเข้าสู่หมู่บ้าน Samagaon ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวพุทธทิเบตขนาดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ที่นี่คุณจะได้เห็นบ้านเรือนหินโบราณ อารามขนาดใหญ่ และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาว "Nubri" ท่ามกลางฉากหลังที่เป็นเทือกเขาหิมะอันอลังการ เป็นจุดพักสำคัญเพื่อปรับตัวเข้ากับความสูง
วันที่ 15: พักปรับร่างกาย สมากอน (Samagaon, 3530 เมตร): (เช้า,เที่ยง,เย็น)
ในวันพักปรับสภาพร่างกายที่ Samagaon กิจกรรมที่ลงตัวและไม่หนักจนเกินไปคือการเดินเท้าไปยัง ทะเลสาบ Birendra Tal (3,450m) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำแข็งสีฟ้ามรกตที่ตั้งอยู่บริเวณตีนธารน้ำแข็ง Manaslu Glacier เส้นทางเดินจะเป็นการไต่ระดับสั้นๆ ผ่านทุ่งหญ้าและโขดหินเพียงประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมงจากหมู่บ้าน เมื่อไปถึงคุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับภาพเงาสะท้อนของยอดเขาหิมะบนผิวน้ำที่นิ่งสงบ พร้อมเสียงแตกตัวของน้ำแข็งจากภูเขาเป็นระยะ ซึ่งนอกจากจะได้ภาพถ่ายที่สวยงามแล้ว การเดินในระดับความสูงที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้ยังช่วยให้ร่างกายได้ปรับตัวตามหลักการ Acclimatization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนที่จะกลับลงมาพักผ่อนและจิบชาร้อนๆ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านในหมู่บ้าน Samagaon ในช่วงบ่าย
วันที่ 16: แซมโด (Samdo, 4,500 เมตร): 3 - 4 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Samagaon มุ่งหน้าสู่ Samdo เป็นเส้นทางระยะสั้นที่เน้นการไต่ระดับความสูงอย่างช้าๆ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับยอดเขาที่สูงขึ้น โดยลักษณะภูมิประเทศจะเปลี่ยนเป็นที่ราบสูง (Alpine Tundra) ที่เปิดโล่งและไม่มีต้นไม้ใหญ่ เส้นทางจะทอดยาวเลียบไปตามแม่น้ำ Budhi Gandaki ที่ไหลเอื่อยๆ ผ่านทุ่งหญ้าเลี้ยงจามรีและกำแพงหินสลักมนตราขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่า เมื่อระดับความสูงแตะระดับ 3,800 เมตร คุณจะเริ่มเห็นความยิ่งใหญ่ของแนวเทือกเขาหิมะที่โอบล้อมรอบตัวแบบ 360 องศา ก่อนจะข้ามสะพานไม้เล็กๆ และเดินขึ้นเนินสุดท้ายเข้าสู่หมู่บ้าน Samdo ซึ่งเป็นชุมชนชาวทิเบตที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนมากที่สุด หมู่บ้านนี้มีลักษณะเป็นบ้านหินหลังเล็กๆ ตั้งเรียงรายกันอย่างอบอุ่นท่ามกลางลมหนาวที่เริ่มพัดแรงขึ้น เป็นจุดพักแรมสุดท้ายที่สำคัญก่อนจะมุ่งหน้าสู่เบสแคมป์ของข้ามพาส Larkya La
วันที่ 17: พักปรับร่างกาย และ สำรวจแซมโด ริ: 2-3 ชั่วโมง (เช้า,เที่ยง,เย็น)
วันพักปรับสภาพร่างกายที่ Samdo ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญก่อนการข้ามพาส โดยกิจกรรมที่ช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีที่สุดคือการเดินขึ้น Samdo Ri (5,000m) ซึ่งเป็นเนินเขาทางทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เส้นทางจะเป็นการไต่ระดับขึ้นตามสันเขาที่ค่อนข้างชันและปกคลุมด้วยหญ้าสั้นกับโขดหิน เมื่อคุณค่อยๆ เดินขึ้นไปอย่างช้าๆ ทัศนียภาพจะเริ่มเผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ของยอดเขา Manaslu ในมุมมองที่แปลกตา พร้อมกับยอดเขา Naike Peak และ Pang Phuchi ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้แค่เอื้อม หากเดินขึ้นไปจนถึงจุดชมวิวหรือยอดสูงสุดของ Samdo Ri คุณจะได้เห็นวิวพาโนรามาของเทือกเขาหิมาลัยที่ตัดกับขอบฟ้าทิเบตอย่างอลังการ ซึ่งการขึ้นมาสัมผัสระดับความสูงที่ 5,000 เมตรในวันนี้จะช่วย "กระตุ้น" เม็ดเลือดแดงได้เป็นอย่างดี ก่อนที่คุณจะเดินกลับลงมาพักผ่อนในหมู่บ้านเพื่อเตรียมพลังสำหรับวันต่อไป
วันที่ 18: ดารามซาลา/ลาร์กยา เบสแคมป์ (Dharamsala/Larkya B. C. /4460 เมตร): 4 - 5 ชั่วโมง: (เช้า, เที่ยง, เย็น)
การเดินจาก Samdo มุ่งหน้าสู่ Dharamsala (หรือที่รู้จักในชื่อ Larkya Phedi) เป็นช่วงเวลาแห่งการเตรียมตัวเข้าสู่จุดที่สูงที่สุดของทริป โดยเส้นทางจะเริ่มต้นด้วยการเดินลงไปยังริมน้ำและข้ามสะพานไม้เล็กๆ ก่อนจะค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปตามที่ราบสูงสไตล์ทิเบตที่ดูเวิ้งว้างและสงบเงียบ ภูมิประเทศวันนี้จะเป็นทุ่งหินและเนินเขาเตี้ยๆ ที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ (Tundra) ทำให้คุณสามารถมองเห็นธารน้ำแข็ง Larkya Glacier ได้อย่างชัดเจน เส้นทางไม่ได้ชันมากแต่ความสูงที่แตะระดับ 4,460 เมตรจะทำให้อากาศเบาบางและลมเริ่มแรงขึ้น จนกระทั่งถึง Dharamsala ซึ่งเป็นจุดพักแรมกึ่งถาวรเพียงแห่งเดียวในบริเวณนี้ ที่นี่มีลักษณะเป็นที่พักแบบเรียบง่ายไว้สำหรับนอนพักเอาแรงเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่จะตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเผชิญหน้ากับการข้ามผ่านช่องเขา Larkya La ในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 19: บิมตัง (Bimthang, 3720 เมตร/ 12 กิโลเมตร): 5 - 6 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
วันนี้จะเป็นวันที่ ยาวนานและท้าทายที่สุด ของทริป เพราะคุณต้องเดินข้ามจุดสูงสุดคือ Larkya La Pass (5,106m) เพื่อลงไปสู่ Bimthang โดยจะเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดท่ามกลางอากาศที่หนาวจัด เส้นทางจะเป็นการไต่ระดับไปตามเนินหินและขอบของธารน้ำแข็งที่ปกคลุมด้วยหิมะ จนกระทั่งถึงจุดพีกของช่องเขาที่มีธงมนต์โบกสะบัด ซึ่งคุณจะได้เห็นวิวสุดอลังการของยอดเขา Himlung Himal, Cheo Himal และ Annapurna II จากนั้นจะเป็นช่วงที่ต้องใช้สมาธิอย่างมากในการเดินลงทางชันยาวหลายกิโลเมตรผ่านทางหินกรวดและหิมะ จนระดับความสูงลดลงเข้าสู่ทุ่งหญ้าและป่าสนสีเขียว ก่อนจะสิ้นสุดวันที่หมู่บ้าน Bimthang ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขากว้างที่เป็นจุดบรรจบของธารน้ำแข็งสามสาย ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและภูมิใจหลังผ่านพ้นอุปสรรคที่ยากที่สุดมาได้
วันที่ 20: ทิลิเจ (Tilije, 2,300 เมตร/ 24 กิโลเมตร): 7-8 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินจาก Bimthang ลงสู่ Tilije (หรือ Tilcho) เป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านจากโลกแห่งน้ำแข็งกลับสู่ความเขียวชอุ่มของผืนป่าอีกครั้ง เส้นทางเริ่มต้นด้วยการเดินลงจากที่ราบสูงผ่านธารน้ำแข็งมรณา (Moraine) เข้าสู่ป่าสนและป่ากุหลาบพันปี (Rhododendron) ที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ตลอดทางคุณจะเดินเลียบแม่น้ำ Dudh Khola ที่ไหลเชี่ยวและใสสะอาด พร้อมวิวภูเขาที่ค่อยๆ ถอยห่างออกไปเบื้องหลัง เมื่อระดับความสูงลดลงจนถึง 2,300 เมตร อากาศจะเริ่มกลับมาอุ่นและสดชื่นขึ้นอย่างชัดเจน จนกระทั่งถึงหมู่บ้าน Tilije ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวกูรุงที่สวยงามและเงียบสงบ ที่นี่ถือเป็นจุดพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบหลังจากตรากตรำข้ามพาสมา โดยคุณสามารถเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยอาหารอุ่นๆ และบรรยากาศที่ผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์
วันที่ 21: ดาราปานิ และนั่งรถจิ๊บไปเมือง เบสิสะหะ โดยรถจิ๊บ (Dharapani/ 12 กิโลเมตร): 4-5 ชั่วโมง: (เช้า,เที่ยง,เย็น)
การเดินทางช่วงสุดท้ายเริ่มต้นจากการเดินเท้าจาก Tilije มุ่งหน้าสู่ Dharapani โดยใช้เวลาไม่นานนัก เส้นทางจะพัดผ่านหมู่บ้านเกษตรกรรมและข้ามสะพานแขวนเหนือน้ำแม่น้ำ Dudh Khola จนกระทั่งถึงจุดบรรจบกับเส้นทางหลักของ Annapurna Circuit ที่หมู่บ้าน Dharapani ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดการเดินเท้าอย่างเป็นทางการ จากนั้นจะเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศมา นั่งรถจิ๊บมุ่งหน้าสู่ Besisahar เส้นทางช่วงนี้จะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเพราะรถจะลัดเลาะไปตามถนนลูกรังที่ขุดเจาะตามหน้าผาสูงชัน ขนานไปกับแม่น้ำ Marsyangdi ผ่านน้ำตกขนาดใหญ่และหมู่บ้านริมทางมากมาย แม้จะมีความโคลงเคลงบ้างแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ให้คุณได้นั่งพักขาและชมวิวหุบเขาในมุมกว้าง จนกระทั่งถึงเมือง Besisahar ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการเดินทางกลับสู่กาฐมาณฑุหรือโปขรา เป็นอันปิดทริปการผจญภัยที่น่าจดจำ
วันที่ 22: กาฐมาณฑุ โดยรถจิ๊บ (1,300m/6 -7 hours): (เช้า,-,-)
การเดินทางจาก Besisahar กลับสู่ Kathmandu เป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนบนรถท่ามกลางความทรงจำจากการเดินทางที่เพิ่งผ่านพ้นไป เส้นทางจะเริ่มจากการลัดเลาะลงจากเขตภูเขาเข้าสู่ถนนสายหลัก Prithvi Highway ที่ทอดยาวขนานไปกับแม่น้ำ Trisuli อันเชี่ยวตราก ซึ่งคุณจะได้เห็นภาพวิถีชีวิตริมสองข้างทางของชาวเนปาล ทั้งเรือไรฟท์ติ้งในแม่น้ำ ไร่ขั้นบันได และเมืองท่าที่คึกคัก แม้สภาพถนนในเนปาลจะมีความขรุขระและมีการจราจรที่หนาแน่นบ้างในช่วงใกล้เข้าสู่หุบเขากาฐมาณฑุ แต่ความเหนื่อยล้าจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อรถค่อยๆ ไต่ระดับข้ามสันเขาเข้าสู่ตัวเมืองหลวงที่มีแสงสีและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นการปิดฉากการผจญภัยในหุบเขา Manaslu และ Tsum Valley อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อเตรียมตัวกลับสู่ชีวิตปกติ
วันที่ 23: เดินทางกลับโดยสวัสดีภาพ อำลาเพื่อนเดินทาง: (เช้า,-,-)
เราเดินทางท่องเที่ยวมาถึงวันที่ 23 ของกา รเดินทางซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการท่องเที่ยวเนปาลของเรา เรานำท่านเดินทางสู่สนามบินตรีภูวัน ก่อนเครื่องบินออก 2 ชั่วโมง ทางเราหวังว่าทุกท่านจะมีความสุข สนุกสนานไปกับการเดินทางท่องเที่ยวไปกับเรา Thai Nepal Travels & Treks และกลับมาร่วมเดินทางกับเราอีกครั้ง



